Nippanang! Board

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ประวัติหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย นครพนม 171 ประวัติ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย
105 ครูบาเจ้าเกษม เขมโก สำนักสุสานไตรลักษณ์ จังหวัด
ครูบาศรีวิชัย หรือ พระศรีวิชัยชนะภิกขุ 25 ประวัติ ครูบาศรีวิชัย หรือ พระศร
ประวัติหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อ. อุทัย จ. พระนครศรีอยุธยา 172 หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ชาติภูมิ พระคุณเจ้าหลวงปู่ดู่ พรหมป
11 พระประวัติของพระบรมศาสดา สกุลกำเนิดและปฐมวัยก่
207 เรื่องที่ ๑ตายไม่สูญ...แล้วไปไหน จาก หนังสือ ตายแล้วไม่สูญ...แล้
กสิณ 224 โดย หลวง
99 ปฐมพุทธพจน์ นะโม ตั
200 ๑. อานาปานสติ อสุภกรรมฐาน พรหมวิหาร ๔ ขอให้ทุกคนนั่งตัวตรงสบาย ๆ ไ
การฝึกทิพยจักษุญาณ จากหนังสือคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน 234 - วิธีเจริญอาโลกกสิณเพื่อทิพยจักษุญาณ การสร้างท
คำทำนายหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดินพร้อมคาถา 196 หลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูล (ท่านละสัง
หลวงปู่ดู่ กับพระคาถามหาจักรพรรดิ 195 “นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรั
รวมคาถาของหลวงพ่อฤาษี (พระราชพรหมยาน) 180 พระพุทธคาถา สัมมาสัมพุทธัสสะ
คาถาเรียกฝนของหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล 182 พระปรมาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐ
90 เทวตาอุยโยชนคาถา เทวตาอุยโยชนคาถา เป็นคาถาส่งเทวดา ใช้สว
72 คำปรารภ กฐิน (ถูกต้องตามพระธรรมวินัย) รวบรวมโดย อนุโม
31 "สงกรานต์" กับ "วันสำคัญ" วันที่ ๑๓ เมษายน นอกจากจะถือเป็นวัน
33 วันเทศกาลทอดกฐิน การทอด
ประเพณีงานบูญผะเหวด (บุญเดือนสี่ในฮีตสิบสอง) 236 หลายคนคงจะสงสัยอยู่ว่าคำว่า "ผะเหวด" ม
ตักบาตรเทโวโรหณะ พิธีตักบาตรเทโวโรหณะประเพณีตั
http://buddha.dmc.tv/images/newsworld_1/umax011.jpgเนมิราชชาดกบำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๑) ในโลกแห่งค
ท้าวสักกเทวาธิราช 158 ท้าวสักกเทวาธ
1 ๑. เตมียชาดก บำเพ็ญเนกขัมมบารมี พระศาสดาเมื่อประทับอยู่
สุวรรณมิคชาดก (พญาเนื้อทอง) 155 ในสมัยหนึ่ง พระพุ
สุตนชาดก (ชายหนุ่มปราบยักษ์) 232 ในสมัยหนึ่งพระพุทธ
14อัญมณีประจำวันเกิด เกิดวันอาทิตย์ควรใช้เครื่องประดับที่ทำด้วยอัญมณีสี
13 อมทริน(AMATRINE) เป็นหินที่มีสีม่วงอมเ
177 ตำราพื้นเมืองโบราณที่ถามหากั๋นมา
มื้อจันวันดี 60 มื้อจันวันดีหรือที่ออกเสียง
ฤกษ์พรหมประสิทธิ์ (หลวงปู่ปาน - หล
277 คำทำนายประเทศไทยในเหตุการณ์ปัจจุบัน หล
หลวงปู่ฝากเตือนมาว่า เวลาของ
559 ๕ อันดับไสยศาสตร์อันน่าสะพรึงกลัว.________________________________________________.________ในแต่ละถิ่
เสน่ห์ยาแฝด ฝังรูปฝังรอย คาถาช้างโขลง562 11พ.ค. _________ยาแฝด เป็นการทำเสน่ห์อย่างห
ผ่าจ้าน คือ ? (คาถาผ่าจ้าน)561 11พ.ค. ผ่าจ้าน คือ ? .______________
560 ไสยศาสตร์https://montra9mahaw
เครื่องรางของขลังถือกำเนิดจากความเชื่อและอยู่คู่คน
15 http://maps.google.com/maps/api/staticmap?center=18.78021469939107,99.11
16 มงคลที่ ๑ : ไม่คบคนพาล ท่านว่าลัก
247 เคล็ด(ไม่)ลับกั
241 น้ำมันมะพร้าว - ความหมา
245 กินขมิ้นชันเ
http://a.lnwpic.com/_/a.lnwpic.com
250 สรรพคุณ :
ดู: 30270|ตอบกลับ: 1

หลวงปู่ดู่ กับพระคาถามหาจักรพรรดิ

[คัดลอกลิงก์]

510

กระทู้

1

ติดตาม

2281

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

โพสต์เมื่อ 2013-1-14 22:18:41 |ดูโพสต์ทั้งหมด
หลวงปู่ดู่ กับพระคาถามหาจักรพรรดิ








“นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง
อะหังวันทามิ ทูระโต
อะหังวันทามิ ธาตุโย  
อะหังวันทามิ สัพพะโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ”



“พระคาถามหาจักรพรรดิ” เป็นพระคาถาที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก“ชมพูปติสูตร” ในตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเพื่อกำราบทิฐิพญา ชมพูบดีพระมหากษัตริย์ผู้มากด้วยอิทธิฤทธิ์ โดยผู้ที่รจนาพระคาถาบทนี้ขึ้นมาก็คือ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จ.อยุธยา พระผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์แก้วที่แผ่กิ่งก้านใบบุญบารมีมอบความร่มเย็นเป็นสุข ให้แก่ลูกศิษย์ทั่วทุกชนชั้นอย่างไม่มีประมาณตามแนวทางแห่งพระศรีอาริยเมตไตรย์โพธิสัตว์และหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งพระคาถานี้เป็นพระคาถาหลักที่หลวงปู่ดู่ใช้ในการรวมบารมีแผ่เมตตาช่วย เหลือภพภูมิทั้งหลายทั่วสามแดนโลกธาตุ และใช้ในการอธิษฐานจิตปลุกเสกพระเครื่องทุกชนิดของท่าน โดยท่านได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหลาย รวมทั้งพระคาถามหาจักรพรรดินี้ ไว้ให้แก่ลูกศิษย์ผู้เป็นหน่อโพธิ์แก้วต้นใหม่ที่จะทำหน้าที่สร้างความร่ม เย็นเป็นสุขให้แก่ลูกศิษย์ในรุ่นหลังต่อไปก็คือ พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร หรือ หลวงตาม้า แห่งวัดถ้ำเมืองนะ นั่นเอง

เคยมีลูกศิษย์ที่ทันสังขารหลวงปู่ดู่ท่านหนึงสนทนากับหลวงปู่ถึงเรื่อง 'คาถามหาจักรพรรดิ'

ลูกศิษย์ "หลวงพ่อเป็นผู้แต่งคาถาบูชาพระ คาถามหาจักรพรรดิ ใช่มั้ยครับ"

หลวงปู่ "สำเภาเขาสร้างพระพุทธรูป อยากได้คาถาบูชาพระ
ก็เลยมานึกเอาเอง มันจะผิดอยู่หน่อยหนึ่งตรงคำบูชาที่มี นะโมพุทธายะ
แล้วก็ ยะธาพุทโมนะ หรือแกว่าไง" หลวงปู่ท่านถามเป็นนัยๆ

ลูกศิษย์ "ปกติ การตั้งองค์พระ การอธิษฐานให้เป็นพระ โบราณเขาใช้กันว่านะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ ดังการที่หลวงพ่อกล่าวเช่นนี้
ต้องการให้บูชาคาถาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าปางมหาจักรพรรดิใช่ไหมครับ"

หลวงปู่ดู่ท่านพยักหน้ารับ ทั้งหลวงปู่ดู่ยังกล่าวต่อไป
เกี่ยวกับบทบูชาพระที่นิยมนำมาเรียกกันว่าคาถาจักรพรรดิในปัจจุบันนี้อีกว่า


"คาถา บทนี้เป็นของดี หมั่นท่องไว้ทุกวัน ปกติเขาไม่ให้กันหรอกเพราะเขากลัวลูกศิษย์จะดีกว่าอาจารย์ แต่ข้าไม่เคยกลัวและไม่ปิดบัง ท่องให้ดีนะอีกหน่อยจะรวย เพราะมีการกล่าวถึงพระสิวลีผู้เป็นเลิศทางลาภไว้ด้วย อาบไปเสกไปก็ได้ กินข้าวก็ได้ ดีทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามาบอกพวกแก ข้าทดลองมาแล้วทั้งนั้น เมื่อดีแล้วจึงมาบอก ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ศรัทธาและหมั่นฝึกฝนปฏิบัติ คนเราอยู่ดีๆจะให้รวยได้อย่างไร ต้องปฏิบัติเสียก่อน ดูอย่างข้าเมื่อก่อนต้องไปยืมเงินเขามาซื้อธูปเทียนใบชามาเลี้ยงแขก เดี๋ยวนี้ของกินของใช้มีใช้เกลื่อนกลาดไป เรามาพบไม้งามเมื่อขวานบิ่น แกว่าจริงไหมของดีของอร่อยกินก็ไม่ได้ ฟันไม่มี" หลวงพ่อหัวเราะ และยังเสริมอีกว่า

"คนเราต้องทำให้ดีเมื่อดีแล้วจึงรวย แล้วจะได้ไม่ซวย พระจะดีต้องหมดอยาก
ถ้ายังอยากอยู่ก็ไม่ใช่พระดี"


คาถาบูชาพระที่หลวงปู่ดู่ท่านย้ำเอาไว้ให้หมั่นท่องไว้ทุกวันนั้น ต่อมาภายหลังมีลูกศิษย์นำไปสวดแล้วเห็นว่ากายทิพย์ทรงเครื่องเป็นมหาจักรพรรดิ และมีพลังงานขับเคลื่อนเป็นพิเศษทำนองนั้นจึงได้นำมากราบเรียนถามหลวงตาม้าในโอกาสที่หลวงตาลงมา กทม. วันหนึ่งหลวงตาจึงไขความลับให้ฟังทั่วกันว่า ขณะที่สวดคาถามหาจักรพรรดินั้นถ้าเทวดาผ่านมาก็จะเห็น แม้แต่ หนู หมา แมว บางครั้งก็สามารถเห็นมิตินี้ได้เช่นกัน

ทุกอย่างที่หลวงปู่ตั้งใจรวบรวมเอาไว้ในพระคาถา ดังที่หลวงตาได้อธิบายเอาไว้จะมาปรากฏที่กายพลังงานของผู้สวดตลอดเวลาที่กำลังสวด ที่หลวงตาเรียกว่าจิตทำการบันทึกบุญเอาไว้ตลอดเวลา

หรือหลังจากสวดแล้ว เจ้าตัวสามารถทรงอารมณ์นั้นเอาไว้ได้ กายพลังงานก็จะมีพลังงานต่างๆในพระคาถาปรากฏอยู่พลังงานในพระคาถาเป็นอย่างนี้เอง หลวงปู่ดู่จึงได้เน้นย้ำเอาไว้ ให้ลูกหลานหมั่นสวดเป็นประจำจะกินจะดื่ม จะอาบน้ำก็ดี หรือนึกขึ้นได้เมื่อใดสวดเมื่อนั้น ด้วยเกิดพลังงานบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่มหาศาล

ที่หลวงปู่ไม่ได้แจงรายละเอียด รอเวลาเมื่อสิ่งเหล่านี้ได้มาปรากฏในผู้สวดแล้ว
จึงนำมาถามถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนว่าเป็นสิ่งไรกันแน่....เป็นการพิสูจน์คุณวิเศษของพระคาถาที่มีคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่ผู้ที่สวดช่วยทำให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ในที่สุด
หลวงปู่ท่านพูดน้อยแต่แฝงเอาไว้ด้วยนัยแห่งคุณประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ . . .






หลวงปู่ดู่ท่านยังกล่าวถึงการใช้บทบูชาพระหรือคาถาพระมหาจักรพรรดิของท่านว่า

"ข้าเป็นคนโลภมากทำอะไรก็อยากทำให้มากที่สุด ดีที่สุด เดี๋ยวนี้ใช้แค่บทนี้ทั้งนั้น
ใครมานั่งคุมเล่าข้าเสกเขาก็รู้เองแหละว่าทำจริงหรือไม่จริง"


หลวงปู่ดู่ท่านเคยมีลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นพระ ต่อมาท่านไม่มาหาหลวงพ่ออีกเนื่องจากหลวงพ่อพูดว่า"ยังไม่ไปนิพพานเพราะต้องโปรดคน" แต่พระองค์นี้ไปตีความไปว่าหลวงพ่อยังติดอยู่กับลาภยศ ชื่อเสียง ซึ่งความจริงแล้วหลวงพ่อมีเมตตาและบอกความปราถนาของท่านให้ทราบว่าท่านเป็น พระโพธิสัตว์

สาเหตุอันเนื่องจากการที่บทความนี้กล่าวท้าวความเกี่ยวกับบท ชมพูบดีสูตร หรือบทมหาจักรพรรดิ์ไว้เนื่องจากปัจจุบันขาดผู้สนใจเห็นเป็นเรื่องเหลวไหล แม้แต่พระบางองค์ท่านยังกล่าวว่าเกินความจริง โดยท่านลืมนึกถึงคำว่า "อจินไตย"คือสิ่งไม่ควรคิดเพราะไม่สามารถนำเหตุผลทางโลกหรือทางทฤษฎีมาทำให้เกิดความ กระจ่างได้ เป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติพึงรู้ได้เอง ถ้าคิดมากอาจเป็นบ้า สิ่งเหล่านี้ได้แก่

1. พุทธวิสัย วิสัยของพระพุทธเจ้า เช่น ทำไมท่านถึงตรัสรู้ได้ ท่านมีอิทธิปาฏิหาริย์จริงหรือ
2.วิสัยของกรรม เช่น ทำไมคนนั้นคนนี้รวย จน สมบูรณ์ กำพร้า
3.วิสัยของพระอรหันต์ เช่น ท่านหมดโลภ โกรธ หลงหรือ
4.วิสัยของโลก เช่น โลกเกิดมาได้อย่างไร
5.วิสัยของผู้ปฏิบัติธรรม เช่น ลักษณะที่สงบเป็นอย่างไร สงบจริงหรือไม่

อานิสงค์การสวดบทพระบรมมหาจักรพรรดิ โดยย่อกล่าวคือ


บทนี้เป็นการสวดไหว้พระพุทธเจ้าทั่วทั้งพระนิพพานตลอดจนถึงพระธรรมเจ้าและพระโพธิสัตว์เจ้า

พระอริยสงฆ์สาวกทั้งมวลไหว้พระพุทธเจ้าทั้ง5พระองค์รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหมพระอริยะเจ้าทั้งหลาย

การสวดครั้งหนึงเป็นการดึงกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิทุกๆพระองค์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาร่วมถึงกำลังของพระมหาโพธิสัตว์เจ้ามารวมอาราธนาเข้าที่กายและใจและรวมกำลังของพระโพธิญานโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลายตั้งแต่อดีต ถึง ปัจจุบัน และอนาคต

การสวดครั้งหนึ่งมีอานิสงค์แผ่ไปทั่วจักวาลสามแดนโลกธาตุ สามารถแผ่บญไปทั่วทุกสรรพสัตว์ตลอดจนเทวดาประจำตัวเราญาติมิตรเพื่อนฝูงครอบครัว เจ้ากรรมนายเวรและหากนำบทสวดนี้ไปสวดในนรกหรือแผ่ไปไฟนรกจะดับชั่วขณะ

บทนี้เป็นการสร้างกำแพงแก้วคุ้มกันตัว รวมถึงการอาราธนาบารมีครูบาอาจารย์พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์อัญเชิญเข้าตัวเพื่อป้องกันภัยและสร้างมหาโชคมหาลาภ

อานิสงส์แก่ผู้สวดมีทั่งมหาบุญมหาลาภ เนื่องจากมีการกล่าวถึงพระสีวลีร่วมถึงบทนี้มีพลังงานอย่างยิ่งในการเจริญพระกรรมฐาน

หากนำไปสวดบริกรรมก่อนหรือระหว่างนั่งภาวนากรรมฐาน...จะทำให้การภาวนามีพุทธานุภาพมาคลุมและคุมการปฎิบัติของเรา

คลุมกายและจิตเราเป็นวิมานทิพย์ (ครอบวิมานให้ตัวเองหรือสวดอธิษฐานครอบคนอื่นก็ได้)

หากสวดบทนี้สามารถอฐิษฐานเรื่องราวใดๆมี่ติดข้องใจได้ให้ผ่านพ้นไปอย่างทะลุปรุโปร่ง กล่าวโดยสรุปได้ว่าคาถาจักรพรรดินี้

จากการเรียบเรียงถ้อยคำโดยหลวงปู่ดู่ท่าน ก่อให้เกิด จักรพรรดิ กำลังจักรพรรดิขึ้นด้วยในบทสวด พระคาถาครอบจักรวาล

ปล.สำหรับนักปฎิบัติเบื้องต้นใช้คู่กับพระผงจักรพรรดิจะทำให้ก้าวหน้าเร็ว

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาลงทะเบียน

ทางโทรศัพท์คุณสามารถระบุรหัสสองมิติเพื่อเข้าโพสต์
[HUX]Posts dimensional code plugin - www.happyux.com
   เข้าถึงเนื้อหานี้ด้วย QR Code[วิธีใช้งาน]

510

กระทู้

1

ติดตาม

2281

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

โพสต์เมื่อ 2015-6-24 11:19:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระคาถามหาจักพรรดิของ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา นั้นเป็นพระคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์มาก...! และถือว่ามีพลังครอบจักรวาล ทั้งทำให้ชะตาชีวิตดีขึ้น ปฏิบัติธรรมได้เร็วขึ้น ได้ทั้งทางโลกและทางธรรม ใช้ปรับพภูมิได้ทุกดวงจิตวิญญาณเพื่อให้ท่านไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น และเป็นคุณกับผู้สวดเป็นอย่างยิ่ง สำหรับท่านที่มีองค์เทพหรือเทวดารักษาตัว ยิ่งสวดพระคาถานี้ท่านจะเห็นผลด้วยตัวของท่านเอง ดังที่พระท่านว่าเป็น "ปัจจัตตัง" นั่นแล
วิธีสวด
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ (3 จบ)
และรวบรวมสมาธิระลึกถึงหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ , หลวงปู่ดู่ วัดสะแก หรือครูบาอาจารย์ที่ท่านให้ความเคารพ พระคาถานี้มีเคล็ดลับอยู่ที่ให้สวดตามกำลังวัน เช่นถ้าเริ่มสวดตรงกับวันอาทิตย์ก็สวดพระคาถา 6 จบ , วันจันทร์ก็สวดพระคาถา 15 จบ, วันอังคารสวดพระคาถา 8 จบ, วันพุธสวดพระคาถา 17 จบ, วันพฤหัสบดีสวดพระคาถา 19 จบ, วันศุกร์สวดพระคาถา 21 จบ, วันเสาร์สวดพระคาถา 10 จบ ซึ่งจะตรงกับกำลังวันของแต่ละวัน สวดเฉพาะตัวพระคาถามหาจักรพรรดิ ส่วนบทอื่น ๆ ก็สวดตามจำนวนที่บอกไว้ด้านล่าง ค่อย ๆ สวดทีละบทไล่ลงไปจนถึงบทแผ่เมตตา
และจะให้ดียิ่งขึ้นควรสวดตอน 2 ทุ่มครึ่ง เพราะในตอนนั้นเป็นช่วงเวลาเปิดที่เหล่าเทพเทวดาจะมาร่วมอนุโมทนา และมีลูกศิษย์สายหลวงปู่ดู่กำลังสวดอยู่เป็นจำนวนมาก
พระคาถามหาจักรพรรดิ
นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง
อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย
อะหังวันทามิ สัพพะโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะปูเชมิ
พระคาถาสำหรับแผ่บุญปรับภพภูมิส่งวิญญาณ และเชิญพระเข้าตัว
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพะลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโส
( 5 จบ )
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
(ให้อธิษฐานจิตแผ่บุญไปทั่วทั้งสามโลกธาตุภพภูมิทั้งหมดทั้งมวล รวมทั้งบิดามารดา ญาติ เทวดารักษาตัว เจ้ากรรมนายเวร ฯลฯ และส่งวิญญาณ)
ตัวอย่างการอธิษฐานรวมกำลังพระจักรพรรดิ
ลูกขอตังสัจจะอธิษฐาน (ตั้งสัจจะโดยจะสวดพระคาถามหาจักรพรรดิทุกวัน หรือตั้งสัจจะใดก็ได้ที่เราคิดว่าทำได้ทุกวัน) ด้วยสัจจะอธิษฐานลูกขอบารมีหลวงปู่ดู่โปรดเมตตา รวมบุญน้อมนำบารมีรวมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหาจักรพรรดิทุก ๆ พระองค์ ขอบารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ พระธรรมและพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย
ขอบารมีรวมหลวงปู่ทวดหลวงปู่ดู่เป็นที่สุด ขอบารมีรวมของดวงจิตพระโสดาบัน พระสกิทาคาและพระอนาคามีทุก ๆ ดวงจิต สิ่งที่ลูกอธิษฐาน ลูกอธิษฐานเพื่อปรับภพภูมิของ (ให้บอกความประสงค์ไปทั้งหมด)
สิ่งที่ลูกอธิษฐานนี้ ลูกขออารธนาบารมีหลวงปู่ดู่น้อมนำบารมีรวม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิถึงองค์ปัจจุบันบรมมหาจักรพรรดิ ขอบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่เป็นที่สุด
ขอได้โปรดเมตตารวมกำลังพระจักรพรรดิในทุกรูปลักษณ์และที่ลูกได้สวดทุกวัน
เพื่อนำกำลังนี้มาเป็นประโยชน์ต่อ ...................... (ให้บอกไปในเรื่องที่เราต้องการ เช่น หน้าที่การงาน การเงิน โรคภัยไข้เจ็บ)
และขอให้ทุกสิ่งเป็นจริงโดยเร็วพลัน ตามสัจจะอธิษฐานนี้เทอญ ...........
โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรต่อกันและกันเลย
อัพยา ปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความพยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่ไาด้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด
( สวดสัพเพ สัตตา อีก 3 จบ)

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

Archiver|WAP|Nippanang

GMT+7, 2015-7-28 10:25 , Processed in 0.325880 second(s), 35 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน